วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561


      จิตส่องเห็น
           เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงจากแม่ผมเองที่ท่านได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งที่ จังหวัดขอนแก่น  ซึ่งพื้นที่นั้นเป็นสถานที่ที่ร่มรื่น และมีพื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปหาความสงบสุขทางใจอย่างแท้จริง  รีดเดอร์ทุกท่านสามารถสอบถามได้ว่าที่ไหน แต่ในที่นี้ผมจะไม่ขอเอ่ยชื่อน่ะครับ เพื่อไม่เป็นการพาดพิงถึงไหน และไม่ให้เกิดความเสียหายกับทุกฝ่าย
     
          ในเช้าศุกร์ เดือนกรกฏาคมของปีนี้ที่ผ่านมา แม่ผมท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ ที่แห่งนี้ 
เวลาที่เดินทางไปถึงก็พลบค่ำซะแล้วว แม่ผมไปคนเดียวน่ะครับผมไม่ได้ไปด้วย ท่านเล่าว่า เมื่อไปถึงที่ก็เดินไปลงทะเบียนรับชุด อะไรๆ มาเป็นปรกติที่เคยทำมา ในครั้งก่อนๆ เมื่อรับชุดแล้วก็เดินขึ้นไปยังที่พัก ซึ่งที่นั่นเป้นที่พักรวมกันของเหล่านักแสวงหาความสงบ แยกหญิงชายน่ะครับ
         ถึงเวลา เกืยบทุ่มก็เดินลงไปเพื่อไปรับประทานอาหารร่วมกันจากนั้นผู้ที่มาใหม่ก็ต้องเดินไปรับศีล 8 เพื่อถือศีลในระหว่างการปฏิบัติธรรม จากพระอาจารย์ ... เมื่อ รับศีลเสร็จสับก็เดินขึ้นตึกเพื่อปฏิบัติธรรมต่อจวนถึง 3 ทุ่มจากนั้นก็สวดมนต์กันแล้ะเข้าห้อง ทำธุระส่วนตัว และนอนเพื่อนเตรียมพร้อมกับการปฏิบัติธรรมในวันถัดไป  
            แม่ผมบอกว่าในขณะที่ล้มตัวลงนอนนั้นก็เหมือนในห้องในมีคนอยู่มากกว่าเท่าที่เห็น แต่แม่ผมก้ไม่ได้คิดอะไรมาก ท่านจึงได้หลับไปแต่ช่วงขณะหลับไฟทุกดวงปิดสนิท  เสียงพัดลมเป่า พรืดๆ ไปนั้น ช่องของหน้าต่างที่มีแสงอยู่พรึมพรำที่เล็ดลอดเข้ามายังห้องนั้นได้เพียงเล็กน้อยนั้น  ก็ได้ส่องผ่านกำแพง ขณะที่แม่ผมจะหลับตานอนจริงๆจังก็เห็นมีเงาเดินผ่าน เงามันสะท้อนผ่านแสงตกกระทบผ่านกำแพงไปอย่างรวดเร็ว แม่ผมสังเกตุเห็นทันพอดี ท่านคงรู้อยู่ในใจแต่เพื่อนเป้นการไม่ทำให้คนที่นอนอยู่ห้องเดียวกันนั้นตกใจเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป เก็บไว้ในใจ 
           ในขณะที่แม่ผมนอนหลับอยู่นั้นท่านรู้สึกว่าฝันเห็นหรือไม่ก็รู้สึก เหมือนเด็ก ที่แต่งชุดไทยแบบทรงเก่า มานั่นยองๆ อยู่ใกล้ๆหลัง (ลองมองดูข้างหลังสิครับ) ในตอนนั้นแม่ผมคิดว่าเป้นกุมารทองหรือ สิ่งใดกัน สัมพเวสีก็ไม่มั่นใจ จึงได้พูดอุทิศส่วนบุญไปในฝันนั้นจึงได้หายไป 
        ผ่านมา 2 วัน ทางวัดเขาได้มีการจัดเดินจรงกรมในช่วงเข้ามืดของวันนั้น วันนี้อากาศค่อนข้างเป็นใจ แจ่มใสในช่วงแรก แต่พอสักพักก็มีฝนตกปรอยๆ คณะผู้ปฏิบัติธรรมได้เดินต่อการกันเป็นเส้นสายที่สวยงาม    เดินผ่านทางดินแดงด้วยเท้าเปล่า แม่ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อท่านเดินไปเรื่อยทางคณะก็พาเดินเข้าสู่เส้นทางที่ล้อมไปด้วยป่าพรงไพร มีต้นต้นไทร ต้นโพธิ์เกิดขึ้นมาอยู่เรียงราย แม่ผมเดินไปสักประมาณหนึ่งเมื่อท่านเดินผ่านต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง เหมือนมีอะไรมาดลใจให้หันไปมอง ทั้งๆที่เจ้าคณะบอกให้ตั้งจิตและก้มดูแค่เท้าเท่านั้น ท่านบอกว่าเห็นเหมือนหญิง แต่องค์ทรงไทย จับผ้าสวยงาม ผมยาวเส้นสรวย กำลังเดินเข้าไปหลังต้นโพธิ์นั้น ด้วยย่างเก้าที่เหมือนไม่ติดดิน แม่ผมบอกว่าเป็นบุญตาที่ได้เห็นในสิ่งที่ตนไม่เคยเห็นอะไรอย่างงี้ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่แม่ผมท่านมั่นใจแลกไม่ได้อุปทานกันไปเอง เพราะว่าได้รู้จักผู้หญิงท่านหนึ่งที่มาด้วยกันได้ เล่าเรื่องที่เห็นในขณะเดินจรงกรม และในห้องนั้นไปในทำนองเดียวกันไม่มีผิด  

      เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่สยองขวัญ สั่น ผวาแต่เป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับ ที่เราไม่อาจจะเคยรู้มาก่อนว่าเหตุการณ์นี้มีอยู่จริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่........
        ติดตามเรื่องราวลี้ลับได้ที่ blogger   sayongkhan_tao จิตหดหู่








วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2561

จิตยังห่วง


                  เรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของส้มเมื่อหลายปีก่อนที่เพิ่งจะเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้    เหตุการณ์ในครั้งนั้น ส้มบอกกับผมว่า ยังจำจนถึงตอนนี้ พูดถึงทีไรก็ยังรู้สึกเหมือนอยู่ในคืนนั้นเพิ่งจบไปเมื่อวานนี้เอง == > ในตอนนั้นส้มอายุ 17ย่าง 18เพิ่งจบ ม. 6 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  ส้มก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันว่าเมื่อเรียนจบ ม.6 แล้วก็อยากจะเรียนต่อคณะที่ใฝ่ฝัน ในมหาวิทยาลัยดีๆ เหมือนกับเด็กคนอื่นๆทั่วไป ส้มบอกอยากเป็นหมอครับ และในที่สุดส้มก็สอบติดในคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่
                   วันที่เธอต้องจากหัวอกของพ่อแม่ เพื่อไปตามความฝันของตัวเอง เป็นวันที่เธอบอกว่ารู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ที่จะต้องมาอาศัยอยู่ในที่ต่างบ้าน ต่างเมืองอย่างงี้  และเมื่อเธอได้เดินทางมาที่เชียงใหม่ ต้องมาอยู่หอใน ในมหาวิทยาลัย จัดข้าวของและเอาเหรียญวางไว้ใต้ฟูก   (ตามความเชื่อโบราณเมื่อย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่ไหนก็ต้องเอาเหรียญไว้ใต้ฟูกทีนอน เพื่อเป็นการซื้อที่ในที่ที่มีเจ้าของ หรือทำเพื่อความสบายใจ )
                  ส้มจัดข้าวของอะไรเสร็จสับ ก็น่าเหนื่อยพอสมควรจึงได้เผลอหลับไปในช่วงบ่าย เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาดึกแล้ว เธอเลยออกไปข้างนอกเพื่อไปกินข้าว หลังจากนั้นก็เดินกลับมาเพื่อพักผ่อนที่ห้อง ซึ่งในวันนั้นเมทของเธอยังมาไม่ถึง วันนั้นส้มจึงได้อยู่คนเดียวและวันนี้ก็ผ่านไปโดยไม่ไม่มีอะไร
ผ่านมาคืนวันที่2 เมทของส้มก็ยังไม่มาแต่เธอก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่เพราะยังไม่เคยเจอกัน รู้แต่เพียงชื่อเท่านั้น คืนวันที่ 3 ส้มก็นอนคนเดียวอีกวันโดยที่เธอ ก็ไม่ได้คิดอะไร ระหว่างที่นอนหลับใหลหยู่นั้นช่วงเวลา ตี 3กว่าๆ มีเสียงเคาะประตู ดังตึ้งๆ 3 ครั้งดังจากข้างนอกของประตู เธอลืมตาขึ้นมาและคิดว่าเป็นเสียงจากห้องอื่่น เธอเลยไม่สนใจและนอนหลับต่อ อีกสักพักนาน เสียงเคาะประตูดังยิ่งกว่าเดิม ที่นี้ส้มแน่ใจว่าเป็นห้องของเธออย่างแน่นอน จึงได้ลุกขึ้นไปเผื่อมีอะไร หรือมีใครมีธุระกับเราหรือเปล่า
  จึงได้ลุกออกไปเปิดประตู ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงเวลาตี 3 เกือบตี 4 แล้ว .....ไฟทางเดินเปิดตามปกติ ทุกห้องเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คน แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือไม่มีใครอยู่หน้าห้องของเธอ  ..และ ส้มก็ได้แค่แปลกใจและคิดเพียงว่า (สงสัยมีคนมาเคาะผิดห้องละมั้ง) และจากความเพลียที่สั่งสมมาทั้งวันของส้มทำให้เธอขึ้นไปนอนบนเตียงของเธอต่อ   ซึ่งเตียงเป็นเตียงเดี่ยว และมี 2 เตียง ข้างๆนั้นมีตู้เสื้อผ้า2 ตู้ที่เป็นเหล็กอยู่ด้วย
           เธอหลับต่อได้สักพักความผิดปรกติก็เริ่มเกิดขึ้น มีเสียงแปลกๆดังจากพึ้นดัง แปะ....แปะ....เหมือนฝีเท้าเปล่าที่กระทบกับพื้นกระเบื้อง เสียงเริ่มดังขึ้น... ดังขึ้น  มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของส้ม ส้มในขณะนั้นอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น รับรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง จวนต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตู้เสื้อผ้าที่อยู่ข้างเตียงอีกฝั่งของเธอนั้น มีเสียง แคร๊ก....บานประตูตู้ที่ปิดไว้ เริ่มเปิดเเง้มออกทำให้ส้มงงไปพักใหญุ่ และได้ลุกขึ้นไปเปิดไฟ เพื่่อไปปิดประตูตู้นั้นและกลับมานอนอีกครั้งด้วยพร้อมความสงสัย เวลาล่วงเลยจวนถึงรุ่งสาง
ส้มได้แต่งตังออกจากห้อง เพื่อไปทำกินกรรมในช่วงเช้านี้ เพื่อนร่วมชั้นปีของเธอต่างมีอาการท่าทางแปลกกับเธอ จนเพื่อนร่วมรุ้นคนนึงชื่อ แพร  ...  แพรได้เดินเข้ามาหาส้ม พร้อมกับสีหน้าปนเศร้า ประโยคแรกที่แพรพูดกับส้มนั้นคืน ส้มรู้ข่าวของเพื่อนร่วมรุ่นของเรายัง ส้มทำสีหน้างงงวย พร้อมกับถามกลับไปว่า ข่าวอะไร ... แพรจึงได้บอกไปว่าเพื่อนร่วมรุ่นเราที่ชื่อวนิดาอะ ประสบอุบัติเหตุรถชน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่่อ 3 วันก่อน วันเข้าหออ่ะ วนิดาอ่ะเป็นเมทของส้มไม่ใช่หรอ....  เมื่อส้มได้ยินประโยคนั้นจากปากแพร ก็ได้แต่พูดงึมงัมว่า ไม่จริง ... ไม่จริงอ่ะ  ..เป็นไม่ได้... และเหตุการณ์ที่ส้มได้พบเจอเมื่อคืนก่อนนั้น ทำให้ส้มได้เข้าใจว่านั้นอาจคือวิญญาณของวนิดา เมทของเธอได้มาหาเธอก็เป็นได้.......................