วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2561

จิตยังห่วง


                  เรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของส้มเมื่อหลายปีก่อนที่เพิ่งจะเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้    เหตุการณ์ในครั้งนั้น ส้มบอกกับผมว่า ยังจำจนถึงตอนนี้ พูดถึงทีไรก็ยังรู้สึกเหมือนอยู่ในคืนนั้นเพิ่งจบไปเมื่อวานนี้เอง == > ในตอนนั้นส้มอายุ 17ย่าง 18เพิ่งจบ ม. 6 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  ส้มก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันว่าเมื่อเรียนจบ ม.6 แล้วก็อยากจะเรียนต่อคณะที่ใฝ่ฝัน ในมหาวิทยาลัยดีๆ เหมือนกับเด็กคนอื่นๆทั่วไป ส้มบอกอยากเป็นหมอครับ และในที่สุดส้มก็สอบติดในคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่
                   วันที่เธอต้องจากหัวอกของพ่อแม่ เพื่อไปตามความฝันของตัวเอง เป็นวันที่เธอบอกว่ารู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ที่จะต้องมาอาศัยอยู่ในที่ต่างบ้าน ต่างเมืองอย่างงี้  และเมื่อเธอได้เดินทางมาที่เชียงใหม่ ต้องมาอยู่หอใน ในมหาวิทยาลัย จัดข้าวของและเอาเหรียญวางไว้ใต้ฟูก   (ตามความเชื่อโบราณเมื่อย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่ไหนก็ต้องเอาเหรียญไว้ใต้ฟูกทีนอน เพื่อเป็นการซื้อที่ในที่ที่มีเจ้าของ หรือทำเพื่อความสบายใจ )
                  ส้มจัดข้าวของอะไรเสร็จสับ ก็น่าเหนื่อยพอสมควรจึงได้เผลอหลับไปในช่วงบ่าย เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาดึกแล้ว เธอเลยออกไปข้างนอกเพื่อไปกินข้าว หลังจากนั้นก็เดินกลับมาเพื่อพักผ่อนที่ห้อง ซึ่งในวันนั้นเมทของเธอยังมาไม่ถึง วันนั้นส้มจึงได้อยู่คนเดียวและวันนี้ก็ผ่านไปโดยไม่ไม่มีอะไร
ผ่านมาคืนวันที่2 เมทของส้มก็ยังไม่มาแต่เธอก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่เพราะยังไม่เคยเจอกัน รู้แต่เพียงชื่อเท่านั้น คืนวันที่ 3 ส้มก็นอนคนเดียวอีกวันโดยที่เธอ ก็ไม่ได้คิดอะไร ระหว่างที่นอนหลับใหลหยู่นั้นช่วงเวลา ตี 3กว่าๆ มีเสียงเคาะประตู ดังตึ้งๆ 3 ครั้งดังจากข้างนอกของประตู เธอลืมตาขึ้นมาและคิดว่าเป็นเสียงจากห้องอื่่น เธอเลยไม่สนใจและนอนหลับต่อ อีกสักพักนาน เสียงเคาะประตูดังยิ่งกว่าเดิม ที่นี้ส้มแน่ใจว่าเป็นห้องของเธออย่างแน่นอน จึงได้ลุกขึ้นไปเผื่อมีอะไร หรือมีใครมีธุระกับเราหรือเปล่า
  จึงได้ลุกออกไปเปิดประตู ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงเวลาตี 3 เกือบตี 4 แล้ว .....ไฟทางเดินเปิดตามปกติ ทุกห้องเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คน แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือไม่มีใครอยู่หน้าห้องของเธอ  ..และ ส้มก็ได้แค่แปลกใจและคิดเพียงว่า (สงสัยมีคนมาเคาะผิดห้องละมั้ง) และจากความเพลียที่สั่งสมมาทั้งวันของส้มทำให้เธอขึ้นไปนอนบนเตียงของเธอต่อ   ซึ่งเตียงเป็นเตียงเดี่ยว และมี 2 เตียง ข้างๆนั้นมีตู้เสื้อผ้า2 ตู้ที่เป็นเหล็กอยู่ด้วย
           เธอหลับต่อได้สักพักความผิดปรกติก็เริ่มเกิดขึ้น มีเสียงแปลกๆดังจากพึ้นดัง แปะ....แปะ....เหมือนฝีเท้าเปล่าที่กระทบกับพื้นกระเบื้อง เสียงเริ่มดังขึ้น... ดังขึ้น  มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของส้ม ส้มในขณะนั้นอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น รับรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง จวนต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตู้เสื้อผ้าที่อยู่ข้างเตียงอีกฝั่งของเธอนั้น มีเสียง แคร๊ก....บานประตูตู้ที่ปิดไว้ เริ่มเปิดเเง้มออกทำให้ส้มงงไปพักใหญุ่ และได้ลุกขึ้นไปเปิดไฟ เพื่่อไปปิดประตูตู้นั้นและกลับมานอนอีกครั้งด้วยพร้อมความสงสัย เวลาล่วงเลยจวนถึงรุ่งสาง
ส้มได้แต่งตังออกจากห้อง เพื่อไปทำกินกรรมในช่วงเช้านี้ เพื่อนร่วมชั้นปีของเธอต่างมีอาการท่าทางแปลกกับเธอ จนเพื่อนร่วมรุ้นคนนึงชื่อ แพร  ...  แพรได้เดินเข้ามาหาส้ม พร้อมกับสีหน้าปนเศร้า ประโยคแรกที่แพรพูดกับส้มนั้นคืน ส้มรู้ข่าวของเพื่อนร่วมรุ่นของเรายัง ส้มทำสีหน้างงงวย พร้อมกับถามกลับไปว่า ข่าวอะไร ... แพรจึงได้บอกไปว่าเพื่อนร่วมรุ่นเราที่ชื่อวนิดาอะ ประสบอุบัติเหตุรถชน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่่อ 3 วันก่อน วันเข้าหออ่ะ วนิดาอ่ะเป็นเมทของส้มไม่ใช่หรอ....  เมื่อส้มได้ยินประโยคนั้นจากปากแพร ก็ได้แต่พูดงึมงัมว่า ไม่จริง ... ไม่จริงอ่ะ  ..เป็นไม่ได้... และเหตุการณ์ที่ส้มได้พบเจอเมื่อคืนก่อนนั้น ทำให้ส้มได้เข้าใจว่านั้นอาจคือวิญญาณของวนิดา เมทของเธอได้มาหาเธอก็เป็นได้.......................
                   












2 ความคิดเห็น:

  1. ผมเริ่มเขียนบล็อกจิดหดหู่ โดยการขนขวายหาสิ่งลี้ลับ จากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง หรืออิ้างอิงจากแหล่งที่มาอื่นๆ เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะครับ

    ตอบลบ
  2. สู้ๆนะคะ​ มีให้อ่านอีกมั้ยคะ

    ตอบลบ